ประวัติความเป็นมา

ผู้สูงอายุในเขตอำเภอเล่าว่า คำนี้น่าจะมีความหมายจากคำว่า แยก เพราะมีแม่น้ำลพบุรีไหลผ่าน ตอนกลางของหมู่บ้าน (บ้านอกแตก) แต่บางคนก็เล่าว่า เดิม ณ ที่แห่งนี้เป็นที่เลี้ยงช้างศึก โดยมีตาเมฆ ชาวเมืองสุพรรณบุรี มารับราชการกับบิดา ในแผ่นดินสมัยนั้น ทำหน้าที่ดูแลช้างศึก ช้างหลวง ช่วงว่างจากสงครามจะนำช้างมาเลี้ยง และต้อนโขลงช้างลงอาบน้ำ ในแม่น้ำลพบุรีเป็นประจำ จนทำให้แม่น้ำบริเวณนี้กว้างขึ้นทุกปี ครั้งฤดูน้ำหลาก กระแสน้ำไหลเชี่ยว เนื่องจากแม่น้ำลพบุรีช่วงที่ไหลผ่านบ้านแพรกมีความคดเคี้ยวมาก จึงทำให้เกิดลำคลองขึ้น เรียกว่า คลองตาเมฆ คลองนี้จะไหลมาบรรจบกับแม่น้ำลพบุรีที่หน้าวัดอุโลม (อำเภอมหาราช ในปัจจุบัน) จุดที่แม่น้ำลพบุรีแยกเกิดเป็นคลองตาเมฆจึงเรียกว่า "แยก" จนนำมาเข้าสำเนียงอาจเพี้ยนเป็นคำว่า "แพรก" และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านแพรก" ตราบเท่าทุกวันนี้ ส่วนที่มาของคำว่า "บ้านแพรก" อีกความหมายหนึ่ง มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะมาจากคำว่า "แพ-รก" เพราะชาวบ้านที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ชุดแรกนั้น อาศัยอยู่ริมน้ำ ส่วนมากนิยมอาศัยอยู่ในเรือแพ ซึ่งในสมัยก่อนอาศัยแม่น้ำเป็นเส้นทางคมนาคม ตลอดการซื้อขาย จนชุมชนแห่งนี้กลายเป็นตลาดน้ำโดยปริยาย ครั้งนั้นผู้สูงอายุเล่าว่า ในสมัยนั้นถ้าจะเดินทางเรือ ผ่านหมู่บ้านนี้ลำบากมาก เพราะแออัดคับคั่งด้วยเรือแพ จนเรียก "แพ-รก" ติดปาก ซึ่งเมื่อเขียนเป็นภาษาหนังสือ จะเขียนได้ว่า "แพรก" ซึ่งทำให้อ่านเพี้ยนมาเป็น "บ้านแพรก" ในปัจจุบันนี้

สภาพทั่วไปและอาณาเขต

ที่ตั้ง

อำเภอบ้านแพรก ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด ห่างจากจังหวัด 52 กิโลเมตร
ห่างจากกรุงเทพฯ 118 กิโลเมตร และใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
ในการเดินทางจากอำเภอถึงจังหวัด

อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนือ     จด ตำบลบ้านข่อย,ตำบลสี่คลอง,ตำบลโก่งธนู,อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
ทิศใต้        จด ตำบลพิตเพียน อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทิศตะวันออก จด ตำบลดงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี
ทิศตะวันตก   จด ตำบลตรีณรงค,์ตำบลชัยฤทธ ิ์อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง

ลักษณะภูมิประเทศ
                   อำเภอบ้านแพรก มีพื้นที่ทั้งหมด ๒๗,๗๖๘.๗๕ ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ ๒๖,๑๔๗.๗๕ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๙๔.๑๖ และพื้นน้ำ ๑,๖๒๑ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๕.๘๔

ผลผลิตที่สำคัญและมีชื่อเสียง

๑. การสานพัดจากไม้ไผ่
๒. ของที่ระลึกผลิตภัณฑ์ไม้ซาง เช่น บ้าน เกวียน
๓. การเจียรไนพลอย
๔. กระยาสารทแม่สังเวียน